นอกจากทรงใฝ่พระทัย ในด้านการศึกษาของ
นักเรียนนายเรือแล้ว เสด็จในกรมฯ ทรงดำริ สำหรับการช่วยเหลือราษฎร
ในด้านการดับเพลิงนั้น ควรจะได้ให ้นักเรียนนายเรือ ได้มีการฝึก
ทำการช่วยเหลือราษฎร ทำการดับเพลิง เนื่องจากในสมัยนั้น พระนครธนบุรี
ไม่มีกองดับเพลิง ที่อื่นเลย นอกจากที่กรมทหารเรือแห่งเดียว
เพราะมีเรือสูบน้ำ และเรือกลไฟเล็ก ซึ่งขึ้นอยู่กับกรมเรือกลอยู่แล้ว
และมีหน้าที่ดับเพลิง ฉะนั้นเมื่อเกิดเพลิงไหม้ที่ใด
เรือกลไฟจะทำหน้าที่ ลากจูงเรือสูบน้ำ ไปทำการดับเพลิง เป็นประจำ
ทรงตั้งกองดับเพลิงขึ้นโดยมี
๑.
กองถัง
๒.
กองขวาน
๓.
กองผ้าใบกันแสงเพลิง
๔.
กองรื้อและตัดเชื้อเพลิง
๕.
กองช่วย
๖. กองพยาบาล ต่อมา จึงได้เพิ่ม กองสายสูบขึ้น
อีกกองหนึ่ง ในกองนี้ ได้ทรงจัดให้ นักเรียนนายช่างกล ทำหน้าที่ร่วมกับ
นักเรียนอื่นๆ และเพื่อความชำนาญ ใหัมีการเปลี่ยนกันไปบ้าง
ตามความสามารถ ของนักเรียน
การปฏิบัติงานของ กองดับเพลิงนั้น
ได้รับคำชมเชยอยู่เสมอ ดังเช่น ในวันที่ ๔ และ ๕ เมษายน ๒๔๔๙
ได้เกิดเพลิงไหม้ ขนานใหญ่ที่ ตำบลราชวงศ์ กองดับเพลิง
ได้ทำการดับเพลิง อย่างเข้มแข็ง จนได้รับคำชมเชยดังนี้
"...วันที่ ๖ เมษายน ๒๔๔๙
กรมทหารเรือได้ลงคำสั่งที่ ๘/๑๓๘ ให้ทราบทั่วกันว่า พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ทรงสรรเสริญ ความอุตสาหะ ของกรมทหารเรือ ในการดับเพลิง
ที่ตำบลถนนราชวงศ์ เมื่อวันที่ ๔ และ ๕ เมษายน ๑๒๕..." จึงให้กรมกองประกาศให้ นายทหาร พลทหาร และพลนักเรียนทราบทั่วกัน
เสด็จในกรมฯ ได้ทรงฝึกหัดอบรม
สั่งสอนนักเรียนนายเรือแล้ว ยังได้ทรงเห็นความสำคัญ ในการศึกษาของ
พลทหารเรือ ซึ่งถูกเกณฑ์ มารับราชการอีกด้วย
จึงได้ทรงตั้งโรงเรียนต่างๆ ดังนี้
วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๔๙ ตั้ง กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๑
ที่จังหวัดสมุทรสงคราม
วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๙ ตั้ง
กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๒ จังหวัดสมุทรสาคร
วันที่ ๑๕ มีนาคม
พ.ศ.๒๔๔๙ ตั้ง กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๕ ที่ ตำบลบางพระ
จังหวัดชลบุรี และตั้ง กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๖ ณ ตำบลบ้านแพ
จังหวัดระยอง และตั้ง กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๗ ที่
จังหวัดจันทบุรี
วันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๑ ตั้ง
กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๔ จังหวัดสมุทรปราการ
วันที่ ๒๐
พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๑ ตั้ง กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๓
ที่จังหวัดพระประแดง
ในการตั้งกองโรงเรียนต่างๆ
ดังกล่าวมาแล้วนี้ นอกจากจะได้ฝึกหัดอบรม พลทหารเรือ
ให้ได้รับการศึกษาแล้ว ยังทรงหวัง ที่จะให้เป็นหน่วยกำลังทหาร สำหรับ
รักษาชายฝั่งทะเลอีกด้วย สิ่งก่อสร้างก็ดี กิจการต่างๆ ของแต่ละกองก็ดี
ได้จัดทำขึ้นคล้ายคลึงกันและแล้วแต่ความเหมาะสม
กับสถานที่ของหน่วยนั้นๆ และพระองค์ได้เสด็จ ไปทรงดูแลสั่งสอนทหาร
ตามกองโรงเรียนต่างๆ อย่างใกล้ชิดเสมอ จะเห็นได้จาก
กองจดหมายของนาวาตรี หลวงรักษาทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต)
เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า
"...เรื่องปลูกสร้าง ตั้งกองทหารที่บางพระ ชลบุรี
เมื่อปลูกสร้างเสร็จแล้ว ได้แบ่งเอาทหารที่อยู่ ในกรุงเทพฯ
ทั้งฝ่ายบกและฝ่ายเรือ ตลอดจนฝ่ายธุรการ ทุกแผนก แห่งละครึ่งหนึ่ง
ให้เตรียมตัวขนของ ลงบรรทุกเรืออยู่ ๓ วัน คือ เรือมกุฎราชกุมาร
เรือมูรธาสิตสวัสดิ์ เรืออัคเรศรัตนาสน์ เรือสุริยะมณฑล
เรือนฤเบนทรบุตรี เรือจำเริญ รวม ๖ ลำ บรรทุกของเพียบไปตามๆ
กันเสร็จแล้วออกเรือ แต่เจ้าพ่อประทับ ในเรืออัคเรศฯ
พร้อมด้วยพวกฝ่ายธุรการ..."
นอกจากนี้เสด็จในกรมฯ ยังได้ทรงฝึกหัดให้
ทหารเรือได้ซ้อมรบบนบก ในบริเวณจังหวัดชลบุรี
เพื่อให้ทหารเรือมีความรู้
ความชำนาญในทางบกอีกด้วย |